การกำหนดรายละเอียดพื้นผิว

        โปรแกรม SketchUp สามารถกำหนดรายละเอียดของพื้นผิวได้สมจริงเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น คือ กำหนดสีสัน ลวดลายและความโปร่งใส แต่ขาดรายละเอียดอื่น ๆ เช่น การสะท้อน ความมันวาว

        ถ้ากรณีที่ต้องการกำหนดรายละเอียดให้พื้นผิวสมจริงมากที่สุด จะต้องนำ Plugins สำหรับช่วยประมวลผลค่า เช่น V-Ray for SketchUp มาช่วย

การใช้งาน Material

        หน้าต่าง Materials สำหรับกำหนดรายละเอียดให้พื้นผิวสามารถเรียกมาใช้งานได้ ด้วยการคลิกเครื่องมือ Paint Bucket หรือคลิกที่เมนู Window > Materials

ภาพที่ 5.288  การเรียกใช้งานไดอะล็อกบ็อกซ์ Materials

        ไดอะล็อกบ็อกซ์ Materials ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ต่อไปนี้

ภาพที่ 5.289  ส่วนประกอบต่าง ๆ ของ ไดอะล็อกบ็อกซ์ Materials

A. ตัวอย่างชื่อ Material ที่เลือกใช้งานอยู่

B. Tab Select สำหรับแสดง Material ที่มีในโปรแกรม

C. Tab Edit สำหรับแก้ไขรายละเอียดของ Material

D. คลิกเลือกกลุ่มของ Material ที่ต้องการได้จากที่นี่

E. ตัวอย่าง Material ในกลุ่มที่เลือก

F. ปุ่มสำหรับสร้าง Material ใหม่ขึ้นมาใช้งาน

G. ปุ่มสำหรับ Reset Material ให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้น

        ในส่วนของ Tab Edit สำหรับแก้ไขรายละเอียดของ Material จะประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

ภาพที่ 5.290  Tab Edit สำหรับแก้ไขรายละเอียดของ Material

        ในส่วนของ Tab Edit สำหรับแก้ไขรายละเอียดของ Material จะประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

A.ช่อง Picker สำหรับเลือกชนิดของการกำหนดสี

B. แก้ไขสีตามชนิดที่เลือกไว้จากช่อง Picker ได้ที่นี่

C. ส่วนนี้ใช้กำหนดภาพที่จะใช้เป็นลวดลาย โดยสามารถทำได้ทั้งนำภาพใหม่เข้ามาและเลือกแก้ไขภาพเดิม

D. กำหนดการซ้ำของลวดลายในแนวตั้งและแนวนอน

E. กำหนดความโปร่งใสของลวดลายจาก 0 - 100 โดย 0 จะใสที่สุด และ 100 จะเข้มที่สุด

        ใน Dialog Box Materials หากเราคลิกปุ่ม Display the secondary จะมี Dialogbox อีกหน้าต่างหนึ่งปรากฏขึ้นมา ในหน้าต่างนี้เราสามารถตั้งให้แสดง Material ที่มีอยู่ในโมเดลตัวที่เลือกทำงานได้ด้วยการคลิกปุ่ม In Model (รูปบ้าน) หลังจากนั้นจึงคลิกเลือก Material ที่ต้องการแก้ไขโดยไม่ต้องไปค้นหาจากโมเดลให้เสียเวลา

ภาพที่ 5.291  การคลิกปุ่ม Display the secondary ใน Dialog Box Materials

 

ภาพที่ 5.292  Dialog Box ของ Display the secondary

  วิธีการในการใส่พื้นผิวให้กับโมเดลมีดังต่อไปนี้

คลิกพื้นผิวที่ต้องการ แล้วใช้ Paint Bucket เทสีลงไปบนพื้นผิว

ภาพที่ 5.293  การเทสีพื้นผิวด้วยเครื่องมือ Paint Bucket

ถ้าต้องการใส่พื้นผิวหลาย ๆ ชิ้นส่วนพร้อมกัน ให้คลิกเลือกชิ้นส่วนเหล่านั้นให้เรียบร้อยก่อนโดยใช้หลักการเลือกพื้นที่ผิวหลาย ๆ ส่วน แล้วจึงใช้ Paint Bucket เทสีลงไปเหมือนเดิม

เมื่ออยู่ใน Tab Edit สำหรับแก้ไขสี สามารถใช้หลอดดูดสี แล้วคลิกลงบนพื้นผิวที่ต้องการแก้ไข เพื่อดูดสีดังกล่าวเข้ามาแก้ไขใน Dialog Box Materials ได้ทันที

เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ Material ควรกำหนดชื่อให้เข้าใจว่าเป็นพื้นผิวส่วนใดของโมเดล

สี พื้นผิว หรือลวดลายที่เติมลงไปให้โมเดลจะถูกเก็บไว้ในส่วนของ In Model ถ้าต้องการแก้ไขหรือดูรายละเอียดให้คลิกปุ่ม In Model (รูปบ้าน) หลังจากนั้นโปรแกรมจะแสดง Material ที่ใช้ในโมเดลนี้ทั้งหมด

ภาพที่ 5.294  ส่วนของ In Model ของ Model ปัจจุบัน

ถ้าส่วนที่ต้องการใส่พื้นผิวเป็น Group หรือ Component จะไม่สามารถเทสีลงไปได้ ให้ Double Click เพื่อเข้าไปทำงานกับชิ้นส่วนที่อยู่ใน Group หรือ Component เสียก่อน แล้วจึงเทสีให้พื้นผิวส่วนต่าง ๆ ต่อไปตามปกติ

การกำหนดรายละเอียดพื้นผิว

     การกำหนดรายละเอียดของพื้นผิวจะแบ่งออกเ เป็น 4 เรื่องใหญ่ ๆ คือ

      กำหนดสีและลวดลาย

      กำหนดการซ้ำกันของลายที่ใส่ลงไป

      กำหนดความโปร่งใสให้กับพื้นผิว

      กำหนดตำแหน่งสำหรับวางลวดลาย

การกำหนดสีให้กับลวดลาย

        การกำหนดสีให้กับลวดลายทำได้ด้วยการใส่ Material ลงไปบนพื้นผิวของโมเดลตามปกติ จากนั้นจึงปรับค่าต่าง ๆ ของพื้นผิวที่ใส่ไปลงให้มีสีและลวดลายตามที่ต้องการ ดังนี้

  1. คลิกเครื่องมือ Paint Bucket

ภาพที่ 5.295  เครื่องมือ Paint Bucket

  2. คลิกลายที่ต้องการจาก Dialog Box Materials

ภาพที่ 5.296  เลือกลายจาก Dialog Box Materials

  3. คลิกบนโมเดลเพื่อเทลายที่เลือกลงไป

ภาพที่ 5.297  การเทสีและลายบนโมเดล

  4. คลิกเทลวดลายลงไปจนครบ

ภาพที่ 5.298  การคลิกเทสีและลวดลายให้กับชิ้นงานอื่น ๆ

  5. ใช้เครื่องมือ Select Double Click เข้าไปทำงานใน Component

ภาพที่ 5.299  Double Click เพื่อเลือกทำงานกับ Component

  6. กดปุ่ม <Ctrl+A> เลือกส่วนประกอบทั้งหมดใน Component ให้ทำงาน

  7. คลิกเลือกสีที่ต้องการแล้วเทใส่ลงไป

ภาพที่ 5.300  การเทสีใน Component

  8. คลิกบนพื้นที่ว่าง ๆ หนึ่งครั้งเพื่อยกเลิกการเลือก ทำเช่นนี้กับ Component อื่น ๆ

        ถ้าต้องการกำหนด Material ให้ละเอียดจริง ควรเพิ่มรายละเอียดใน Component ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ด้วยวิธีเข้าไปทำงานกับ Component ดังกล่าว แล้วเทสีลงไปใหม่ได้เหมือนขั้นตอนดังที่กล่าวมาแล้ว

        หลังจากที่ใส่ Material ให้กับโมเดลเรียบร้อยแล้ว การแก้ไขรายละเอียดให้สีและลวดลายที่ใส่ลงไป ทำได้ด้วยการคลิก Tab Edit จากนั้นเลือกลวดลายที่ต้องการแก้ไขด้วยการนำหลอดดูดสีไปดูดมาจากโมเดล ดังขั้นตอนต่อไปนี้

  1. คลิกที่ Tab Edit

ภาพที่ 5.301  Tab Edit

  2. ดูให้แน่ใจว่าเครื่องมือ Paint Bucket ถูกเลือกให้ทำงานอยู่

  3. <Alt+Click> บนสีหรือลวดลายที่ต้องการแก้ไข ลายที่เราเลือกจะถูกดูดมาแก้ไขได้ตามที่ต้องการ คลิกเลือกสีใหม่ที่ต้องการ

  6. โมเดลจะเปลี่ยนสีไปตามที่ต้องการ


กำหนดการซ้ำกันของลายที่ใส่ลงไป

        ใน SketchUp สามารถกำหนดการซ้ำกันของลายที่ใส่ลงไปให้มีขนาดและสัดส่วนที่พอดีกับพื้นผิวของโมเดลในส่วนนั้น ๆ เช่น ลายกระเบื้องของหลังคา หรือ ลายไม้ส่วนต่าง ๆ ซึ่งสามารถกำหนดการซ้ำกันของลายตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. คลิกเลือกลวดลายที่ต้องการ

ภาพที่ 5.302  การเลือกลวดลายที่ต้องการ

2. คลิกเทลวดลายดังกล่าวลงไปบนพื้น

ภาพที่ 5.303  ลายใหม่ที่เทลงบนพื้น

3. ลายที่ใส่จะมองไม่เห็นเพราะถูกแสดงซ้ำกัน จนละเอียดเกินไป

4. คลิกที่ Tab Edit

ภาพที่ 5.304  การเลือกสีใน Tab Edit

5. กำหนดสีในส่วนของ Picker ให้เรียบร้อย

6. กำหนดระยะของลวดลายด้วยการพิมพ์ค่าที่ต้องการ

ภาพที่ 5.305  การกำหนดระยะของลวดลาย

7. ส่วนนี้จะเปลี่ยนตามไปด้วยโดยรักษาสัดส่วนของภาพเดิมไว้

8. หากต้องการปลดล็อค การรักษาสัดส่วนของภาพให้คลิกที่รูปโซ่ 1 ครั้ง

9. สามารถกำหนดค่าทั้งในแนวตั้งและแนวนอนแล้วจึงเทสีซ้ำอีกครั้งที่พื้นที่เดิม จะได้สีพื้นดังภาพ

ภาพที่ 5.306  พื้นผิวที่เทสีลงไปใหม่


การกำหนดความโปร่งใสให้กับพื้นผิว

        ในการใส่ Material ให้กับโมเดล สามารถกำหนดความโปร่งใสให้กับพื้นผิว เพื่อให้มีลักษณะเป็นกระจกใส โดยสามารถกำหนดให้ใสได้มากหรือน้อยตามที่ต้องการ พร้อมกับใส่ลวดลายลงไป และกำหนดให้เป็นลายแบบโปร่งใสได้อีกด้วย ดังปฏิบัติได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. Double Click Component ส่วนที่ต้องการทำให้โปร่งใส

ภาพที่ 5.307  ส่วนของ Component ที่ต้องการทำให้โปร่งใส

2. เลือกสีส่วนที่ต้องการทำให้โปร่งใส

3. ใช้เครื่องมือ Paint Bucket เทสีที่เลือกลงไปบนพื้นผิวจนครบ

ภาพที่ 5.308  การเทสีลงในส่วนของ Component ที่่ต้องการ

4. คลิกที่ Tab Edit

5. ลดค่า Opacity เพื่อเพิ่มความโปร่งใส โดยค่า 0 จะใสที่สุด และค่อย ๆ ใสน้อยลงเพื่อค่าเพิ่มขึ้นจนทึบเป็นปกติเมื่อค่าเป็น 100 แล้วเทซ้ำลงไปที่หน้าต่าง

ภาพที่ 5.309  การปรับลด - เพิ่ม ค่า Opacity


        นอกจากกำหนดค่าด้วยตัวเองแล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกพื้นผิวโปร่งใสสำเร็จรูปที่โปรแกรมเตรียมไว้ให้มาใช้งานได้จากชุด Material Translucent ซึ่งอยู่ใน Dialog Box Materials

การกำหนดตำแหน่งสำหรับวางลวดลาย

        ใน SketchUp สามารถกำหนดตำแหน่งสำหรับวางลวดลาย เช่น กำหนดการวางลวดลายแนวตั้ง แนวนอน การย่อ/ ขยายลวดลาย

        การกำหนดตำแหน่งของลวดลายจะต้องคลิกเลือกพื้นผิวที่ต้องการกำหนดก่อน แล้วจึงคลิกขวาเลือกคำสั่ง Texture > Position จากนั้นจึงกำหนดตำแหน่งดังต่อไปนี้

1. ใส่ลวดลายที่ต้องการลงไปบนพื้นผิว กำหนดสีและการซ้ำกันให้เรียบร้อย

ภาพที่ 5.310  การกำหนดสีและการซ้ำกันของลวดลาย

2. คลิกเลือกพื้นผิวที่ต้องการเปลี่ยนลวดลาย

3. คลิกขวาแล้วเลือกคำสั่ง Texture position

ภาพที่ 5.311  การเลือกพื้นผิวที่ต้องการเปลี่ยนลวดลาย

4. สัญลักษณ์กำหนดตำแหน่งจะปรากฎขึ้นมา

ภาพที่ 5.312  สัญลักษณ์กำหนดตำแหน่งการเปลี่ยนลวดลาย

5. คลิกค้างไว้บนสัญลักษณ์สำหรับหมุน (สีเขียว) แล้วเลื่อนเมาส์หมุนตำแหน่งของลาย

ภาพที่ 5.313  สัญลักษณ์สำหรับหมุนลวดลาย

6. เลื่อนเมาส์ออกห่างจากสัญลักษณ์จะขยายขนาดของลวดลายได้

ภาพที่ 5.314  การขยายขนาดของลวดลาย

7. เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Enter

8. กำหนดตำแหน่งลวดลายที่ไส่ไปให้เรียบร้อย

ภาพที่ 5.315  การกำหนดตำแหน่งของลาย

สัญลักษณ์สำหรับกำหนดตำแหน่งแต่ละสัญลักษณ์ เป็นดังนี้

ภาพที่ 5.316  สัญลักษณ์กำหนดตำแหน่งของลวดลายแต่ละสัญลักษณ์

A. คลิกค้างไว้แล้วเลื่อนเมาส์เพื่อปรับรูปทรง

B. คลิกค้างไว้แล้วเลื่อนเมาส์เพื่อดัดรูปทรงด้วยการดึงจุดนี้ไปในทิศทางต่าง ๆ

C. คลิกค้างไว้แล้วเลื่อนเมาส์เพื่อย้ายตำแหน่ง

D. คลิกค้างไว้แล้วเลื่อนเมาส์เพื่อย่อ / ขยายขนาดหรือหมุนลวดลาย

        เราสามารถย้ายตำแหน่งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไปไว้ในตำแหน่งอื่นได้ ด้วยการคลิกบนสัญลักษณ์ที่ต้องการแล้วปล่อย หลังจากนั้นจึงเลื่อนเมาส์ไปยังตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ แล้วคลิกหนึ่งครั้งเพื่อวางลงไปโดยตำแหน่งของสัญลักษณ์แต่ละด้านจะมีความสำพันธ์กันเมื่อมีการแก้ไขเกิดขึ้นด้วย

    ถ้าต้องการให้ลวดลายกลับมาเหมือนตอนเริ่มต้น ทำได้ด้วยการคลิกขวาบนพื้นผิวของโมเดล แล้วเลือกคำสั่ง Reset หรือในกรณีที่ตกลงแก้ไขตำแหน่งไปแล้วก็สามารถ Reset ได้ด้วยการคลิกเลือกพื้นผิวให้ทำงาน จากนั้นคลิกขวาแล้วเลือกคำสั่ง Texture > Reset Position