ตัวอย่างการแก้ปัญหา
ตามกระบวนการเทคโนโลยี
 

กระบวนการเทคโนโลยี

        กิจกรรมประจำวันของมนุษย์มีมากมาย ตามเงื่อนไขและปัจจัยในการดำรงชีวิตของแต่ละคน และกิจกรรมเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาหรือความต้องการที่แตกต่างกัน เรียกสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือความต้องการนี้ว่า "สถานการณ์เทคโนโลยี" และการจะแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการนั้นได้ต้องใช้ "กระบวนการเทคโนโลยี"

กระบวนการเทคโนโลยี

        กระบวนการเทคโนโลยี เป็นขั้นตอนการทำงานเพื่อสร้างสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้  หรือวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ดังนี้

     1) กำหนดปัญหาหรือความต้องการ (Identity the problem, need or preference)

     2) รวบรวมข้อมูล (Information to gathering to develop possible solutions)

     3) เลือกวิธีการ (Selection of the best possible solution)

     4) ออกแบบและปฏิบัติการ (Design and making)

     5) ทดสอบ (Testing to see if it work)

     6) ปรับปรุงแก้ไข (Modification and improvement)

     7) ประเมินผล (Assessment)

ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหาหรือความต้องการ

        ขั้นตอนแรกของกระบวนการเทคโนโลยี คือ  การกำหนดปัญหาหรือความต้องการ  ซึ่งเป็นการทำความเข้าใจ หรือวิเคราะห์ปัญหาหรือความต้องการ  หรือสถานการณ์เทคโนโลยีอย่างละเอียด เพื่อกำหนดกรอบของปัญหาหรือความต้องการให้ชัดเจนมากขึ้น

ขั้นที่ 2 รวบรวมข้อมูล

     การรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือความต้องการที่กำหนดไว้ในขั้นกำหนดปัญหาหรือความต้องการ จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น  ศึกษาจากตำรา  วารสาร  บทความ  สารานุกรม  สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ระดมสมองจากสมาชิกในกลุ่ม  ควรมีการรวบรวมข้อมูลรอบด้านให้ครอบคลุมปัญหาหรือความต้องการ ซึ่งจะทำให้เราสามารถสรุปวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ขั้นที่ 3 เลือกวิธีการ

        การเลือกวิธีการเป็นการพิจารณาและเลือกวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการที่เหมาะสม และสอดคล้องกับปัญหาหรือความต้องการมากที่สุด โดยใช้กระบวนการตัดสินใจเลือกวิธีการที่สรุปได้ในขั้นรวบรวมข้อมูล  ประเด็นที่ควรนำมาพิจารณาคือ  ข้อดี  ข้อเสีย ความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่  ความประหยัด  การนำไปใช้ได้จริงของแต่ละวิธีการ เช่น ทำให้ดีขึ้น สะดวกสะบายหรือรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังตัดสินใจเลือกวิธีการโดยใช้กรอบของปัญหาหรือความต้องการมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือก

ขั้นที่ 4 ออกแบบและปฏิบัติการ

        การออกแบบและปฏิบัติการเป็นการถ่ายทอดความคิด  หรือลำดับความคิดหรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอน เกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการโดยละเอียด  โดยใช้การร่างภาพ 2 มิติ  การร่างภาพ 3 มิติ การร่างภาพฉาย  แบบจำลอง  หรือแบบจำลองความคิดและวางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน จากนั้นลงมือสร้างตามแนวทางที่ได้ถ่ายทอดความคิดและวางแผนปฏิบัติงานไว้ ผลงานที่ได้อาจเป็นชิ้นงานหรือแบบจำลองวิธีการ

ขั้นที่ 5 ทดสอบ

        การทดสอบเป็นการตรวจสอบชิ้นงานหรือแบบจำลองวิธีการที่สร้างขึึ้น ว่ามีความสอดคล้องตามแบบที่ได้ถ่ายทอดความคิดไว้หรือไม่  สามารถทำงานหรือใช้งานได้หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร  หากผลการทดสอบพบว่า ชิ้นงานหรือแบบจำลองวิธีการไม่สอดคล้องตามแบบที่ถ่ายทอดความคิดไว้  ทำงานหรือใช้งานไม่ได้ หรือมีข้อบกพร่องที่ควรแก้ไข  จะต้องมีการบันทึกสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่นำไปสู่การปฏิบัติงานในขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ขั้นที่ 6 ปรับปรุงแก้ไข

        การปรับปรุงแก้ไขเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากขั้นทดสอบว่าควรปรับปรุงแก้ไขชิ้นงาน  หรือแบบจำลองวิธีการในส่วนใด ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร  แล้วจึงดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนนั้น จนกระทั่งชิ้นงานหรือแบบจำลองวิธีการสอดคล้องตามแบบที่ได้ถ่ายทอดความคิดไว้ทำงาน  หรือใช้งานได้ ในขั้นตอนนี้อาจจำเป็นต้องกลับไปที่ขั้นตอนการออกแบบและปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอดความคิดใหม่หรืออาจกลับไปขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลและเลือกวิธีการที่เหมาะสมอีกครั้งก็ได้ เพื่อให้ได้สิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการที่เหมาะสมมากขึ้น

ขั้นที่ 7 ประเมินผล

             การประเมินผลเป็นการนำชิ้นงานหรือวิธีการที่ได้สร้างขึ้นไปดำเนินการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการที่กำหนดไว้ ในขั้นกำหนดปัญหาหรือความต้องการ และประเมินผลที่เกิดขึ้นว่าชิ้นงานหรือวิธีการนั้นสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ หากผลการประเมินพบว่า ชิ้นงานหรือวิธีการไม่สามารถแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้ ควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องแก้ไขในขั้นตอนใด เพื่อนำไปปรับปรุงตามกระบวนการเทคโนโลยีอีกครั้ง เพื่อทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น    

ประโยชน์ของกระบวนการเทคโนโลยี

        การนำกระบวนการเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถช่วยให้ผู้นำไปใช้เกิดกระบวนการทำงานที่เป็นขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้ง่ายขึ้น มองเห็นการทำงานแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ดังตารางต่อไปนี้

กระบวนการเทคโนโลยี ผลดีต่อการทำงาน
  ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหาหรือความต้องการ   ช่วยให้การศึกษาและการกำหนดปัญหามีความชัดเจน
  ขั้นที่ 2 รวบรวมข้อมูล   ช่วยให้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการแก้ปัญหาได้ครอบคลุม
  ขั้นที่ 3 เลือกวิธีการ   ช่วยให้ตัดสินใจเลือกแนวทางที่สามารถแก้ปัญหาได้เหมาะสม
  ขั้นที่ 4 ออกแบบและปฏิบัติการ   ช่วยให้การสร้างชิ้นงานง่ายขึ้นและลดระยะเวลาในการสร้าง เพราะมีการออกแบบภาพร่างของการทำงาน ทำให้เห็นรายละเอียดของการทำงาน
  ขั้นที่ 5 ทดสอบ   ช่วยให้ทราบข้อบกพร่องของการทำงานก่อนนำไปปฏิบัติจริง
  ขั้นที่ 6 ปรับปรุงแก้ไข   ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
  ขั้นที่ 7 ประเมินผล   ช่วยตรวจสอบผลการทำงานว่าตรงกับปัญหาหรือความต้องการหรือไม่